ป๊อปอาย

ป๊อปอาย

ป๊อปอาย

        ป๊อปอาย เป็นตัวละครการ์ตูน เขียนขึ้นโดยเอลซี่ ซีการ์ (Elzie Segar) ปรากฏตัวครั้งแรกในคอลัมน์การ์ตูน “ทิมเบิล เธียเตอร์” ของ King Feature ในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2472 ในฐานะตัวละครเสริม

        ต่อมาเนื่องจากตัวละครได้รับความนิยมจากผู้อ่านเป็นอย่างมาก ป๊อปอายได้กลายมาเป็นตัวละครหลักและชื่อคอลัมน์การ์ตูนได้เปลี่ยนเป็น “ป๊อปอาย” และความนิยมนี่เอง ทำให้ต่อมาได้มีการนำไปทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูน การ์ตูนโทรทัศน์ รายการวิทยุ หนังสือการ์ตูน วีดีโอเกม สินค้าต่างๆ ฯลฯ

หลังจากการผจญภัยจบลง ป๊อปอายจึงหายจากการ์ตูนไป แต่เนื่องด้วยเสียงตอบรับของผู้อ่าน ป๊อปอายจึงกลับมาอีกครั้ง

        ตัวละครป๊อปอายนั้นได้รับความนิยมมาก ทำให้ตัวละครมีบทบาทมากขึ้น จนกลายมาเป็นตัวละครหลัก โอลีฟจากเดิมที่เป็นแฟนกับ Havold และไม่ค่อยชอบป๊อปอายต่อมาได้เลิกกับ Havold และคบกับป๊อปอายแทน (ทำให้ Havold หายไปจากการ์ตูน) ส่วน Castor Oyl นั้นก็หาทางที่จะทำให้ตัวเองรวยได้เร็วและพาป๊อปอายเข้าร่วมการผจญภัยของเขาอยู่บ่อยครั้ง ก่อนที่จะลงเอยด้วยการเป็นนักสืบ และไม่ปรากฏตัวในคอลัมน์การ์ตูนบ่อยนัก

     ป๊อปอายได้ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกในคอลัมน์การ์ตูน “Thimble Theatre” ของเอลซี่ ซีการ์ในปี ค.ศ. 1929 ซึ่งเป็นการ์ตูนที่เขียนมานานกว่า 10 ปี ของบริษัท King Features Syndicate Inc. แต่เดิมเนี้อหาจะเกี่ยวกับครอบครัว Olive Oyl และ Ham Garvy ซึ่งป๊อปอายปรากฏขึ้นในฐานะตัวประกอบ แต่ต่อมาป๊อปอายก็ได้เป็นตัวละครเด่นของเรื่อง หลังจากเอลซี่ 
   
    ซีงการเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1938 นักเขียนหลายคนรวมถึงผู้ช่วยของเอลซี่ Bud Sagendorf ก็รับหน้าที่เขียนการ์ตูนต่อ โดยตอนนั้นได้เปลื่ยนชี่อเรื่องเป็น”Popeye”แทนซึ่งวาดโดย Hy Eisman และ พิมพ์ซ้ำโดยใชเนี้อเรื่องเดิมของ Sagendorf ในปี ค.ศ. 1933 ป๊อปอายก็กลายเป็นภาพยนตร์การ์ตูนขนาดสั้นโดย Fleischer Studios
   

         

     โดยใช้ชื่อว่า “Popeye The sailor” ต่อมา Famous Studio ก็มารับช่วงต่อ ตามด้วย King Features Syndicate Inc. เจ้าของลิขสิทธิ์ ในปี ค.ศ.1960 , และ Hanna-Babera Productionในปี ค.ศ.1979 ซึ่งได้เปลื่ยนชื่อเป็น “The all new Popeye hour”ค.ศ.1980

          ในปี พ.ศ. 2503 ทาง King Feature Syndicate ได้สั่งจัดทำการ์ตูนป๊อปอายชุดใหม่สำหรับออกอากาศทางโทรทัศน์ โดยมอบหมายให้สตูดิโอต่างๆ ในการสร้างการ์ตูน สตูดิโอดังกล่าวประกอบด้วย Jack Kinney Productions, Rembrandt Films, Larry Harmon Productions, Halas and Batchelor, Paramount Cartoon Studios (เดิมที่ชื่อว่า Famous Studios) และ Southern Star Entertainment (เดิมทีชื่อว่า Southern Star Productions) โดยงานภาพของการ์ตูนนั้นจะเรียบง่ายกว่าชุดการ์ตูนที่ออกฉายในโรงภาพยนตร์เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยมีต้นทุนการสร้างที่ต่ำกว่าการสร้างการ์ตูนที่ออกฉายในโรงภาพยนตร์ โดยใช้เวลาการสร้าง 2 ปี มีจำนวนตอนทั้งหมด 220 ตอน

ในการ์ตูนชุดนี้ บลูโต คู่ปรับของป๊อปอายได้เปลี่ยนชื่อเป็น บลูตัส เนื่องด้วยความเข้าใจผิดของทาง King Feature ที่คิดว่า ชื่อตัวละคร “บลูโต” นั้นเป็นของพาราเมาท์ แต่ในความเป็นจริง บลูโตนั้นปรากฏตัวครั้งแรกในคอลัมน์การ์ตูน หมายความว่า King Feature นั้นเป็นเจ้าของชื่อตัวละครบลูโตตั้งแต่แรกแล้ว ด้านเนื้อหาของการ์ตูนนั้นจะเน้นไปทีการผจญภัยและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับป๊อปอายมากขึ้น และเพิ่มตัวละครต่างๆ ที่มาจากคอลัมน์การ์ตูนอีกด้วย

     

        ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2521 การ์ตูนป๊อปอายชุดใหม่ มีชื่อว่า The All New Popeye Hour ได้ออกฉายครั้งแรกบนช่องทีวี CBS ในสหรัฐอเมริกา โดยการ์ตูนชุดนี้ King Feature ได้ให้บริษัท Hanna-Barbera Productions เป็นผู้ดำเนินการสร้าง เป็นรายการการ์ตูนความยาว 1 ชั่วโมงตามชื่อ (แต่ว่าจะมีการ์ตูนป๊อปอายแค่ครึ่งชั่วโมง อีกครึ่งชั่วโมงนั้นจะฉายการ์ตูนเรื่อง Dinky Dog ซึ่งเป็นการ์ตูนของ Hanna Barbera เองและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับป๊อปอายแต่อย่างใด)

ซึ่งตัวการ์ตูนชุดนั้นพยายามที่จะอิงการออกแบบตัวละครมาจากคอลัมน์การ์ตูนให้มากที่สุด รวมถึงการที่บลูตัสกลับมาใช้ชื่อบลูโตอีกครั้ง และลดทอนความรุนแรงลง โดยการ์ตูนชุดนี้ออกอากาศจนถึงปี พ.ศ. 2524 จึงได้ปรับเวลาออกอากาศเป็นครึ่งชั่วโมงและเปลี่ยนชื่อเป็น The Popeye and Olive Comedy Show ออกอากาศจนถึงเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2526

        ตัวละครป๊อปอายนั้นได้รับความนิยมมาก ทำให้ตัวละครมีบทบาทมากขึ้น จนกลายมาเป็นตัวละครหลัก โอลีฟจากเดิมที่เป็นแฟนกับ Havold และไม่ค่อยชอบป๊อปอายต่อมาได้เลิกกับ Havold และคบกับป๊อปอายแทน (ทำให้ Havold หายไปจากการ์ตูน) ส่วน Castor Oyl นั้นก็หาทางที่จะทำให้ตัวเองรวยได้เร็วและพาป๊อปอายเข้าร่วมการผจญภัยของเขาอยู่บ่อยครั้ง ก่อนที่จะลงเอยด้วยการเป็นนักสืบ และไม่ปรากฏตัวในคอลัมน์การ์ตูนบ่อยนัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *