ซุปเปอร์โนวา

ซุปเปอร์โนวา

Image result for ซุปเปอร์โนวา

ซุปเปอร์โนวา หรือ มหานวดารา คำว่า โนวา มาจากภาษาละตินที่มีความหมายว่า เกิดใหม่ ซุปเปอร์โนวาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในห้วงอวกาศที่เป็นการระเบิดของดาวฤกษ์มวลมากที่หมดอายุแล้ว ถือเป็นการระเบิดของดาวฤกษ์ที่มีพลังงานรุนแรงมากที่สุด และจะเปล่งแสงสว่างมหาศาลที่มีรัศมีสว่างจ้า เป็นรัศมีเพียงคู่เดียว จากนั้นจะค่อยๆ เลือนรางไปภายใน 1 เดือนเท่านั้น ระหว่างที่ซุปเปอร์โนวาระเบิดนี้จะปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาลที่เท่ากับพลังงานที่ดวงอาทิตย์ปล่อยตลอดอายุของดวงอาทิตย์ ส่งผลให้ดวงดาวและวัตถุอื่นอื่นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกระเด็นออกไปไกลด้วยความเร็วแสง อีกทั้งยังทำให้เกิดคลื่นกระแทกแผ่ออกไปแทรกระหว่างช่องว่างของดวงดาว ปรากฏการณ์ที่กวาดฝุ่นละอองและก๊าซเหล่านี้ออกไปอย่างรวดเร็วเรียกว่า ซากซุปเปอร์โนวา โดยปกติแล้วซุปเปอร์โนวาจะเกิดประมาณ 1 ครั้งในรอบ 50 ปี ซึ่งทำให้เกิดดวงดาวใหม่ๆ ขึ้นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญในการเพิ่มมวลให้กับมวลสารระหว่างดวงดาว

หลักการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้

การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้

 

Image result for organizational culture

 

การสร้างวัฒนธรรมเรียนรู้ให้เป็นวิถีชีวิต วิถีปฏิบัติของคนในองค์กร โดยหลักๆแล้วมีวิธีการดังนี้

1. ส่งเสริมให้มีชุมชนนักปฏิบัติและชุมชนผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มีการจัดการและบริหารทรัพยากรความรู้ที่อยู่ในสมองของคนในองค์กร โดยให้มีรูปแบบและกิจกรรมหลักในการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ระหว่างกันอย่างไม่ขาดสาย

2. ให้ผู้นำเป็น role model  เป็นเรื่องที่ผู้นำมีบทบาทที่ทำให้เกิดผลได้มากที่สุด ดังนั้นเราต้องเชิดชูบทบาทของผู้นำองค์กรให้แสดงความเป็นแบบอย่างของการเป็นผู้ใฝ่เรียนรู้และเป็นผู้พร้อมแบ่งปันความรู้ให้พนักงานเห็นเป็นตัวอย่างชัดเจน

3. ส่งเสริมให้มีการเสวนา แบ่งปันความรู้โดยจัด shared Forum ให้เป็นเวทีคุยแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้รู้ในองค์กรหรือบางโอกาสอาจจะเชิญผู้รู้ผู้ชำนาญจากภายนอกมาแลกเปลี่ยนขยายมุมมองเพิ่มเติมในเนื้อหาที่เกี่ยวกับคนสำคัญขององค์กรก็ได้

4. ส่วนงาน HR ควรจัดให้ความรู้และพัฒนาทักษะในการเป็นผู้ถ่ายทอดสอนงานเพิ่มเติมไปด้วย เพื่อให้ผู้พร้อมให้ความรู้นั้นสามารถถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างแจ่มชัด นอกจากนี้ยังสามารถจัดให้มีการพัฒนาทักษะการเรียนรู้สำหรับพนักงานทุกคนเพื่อให้ผู้ใฝ่เรียนรู้มีความสามารถในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

5. ส่งเสริมค่านิยมเพราะจะช่วยกำหนดพฤติกรรมที่เอื้อต่อการเป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมของการเรียนรู้อย่างมาก HR สามารถจัดการสื่อสารหรือจัดกิจกรรมรณรงค์ให้พนักงานทุกคนเห็นความสำคัญของการเปิดใจและการรับฟังว่าเป็นประตูแห่งโอกาสของการเรียนรู้

6. จัดให้มีระบบการยกย่องเชิดชู หรือชื่นชม ยินดีกับผู้ให้ความรู้และผู้แสดงออกถึงการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

การสร้างความผูกพันธ์กับพนักงาน

Image result for การสร้างความผูกพันธ์กับพนักงาน

ปัจจัยที่สร้างความผูกพันธ์กับพนักงานได้สูงมาก แต่องค์กรยังทำไม่ได้ดีนักมีอยู่ 3 เรื่องได้แก่ 1 การพัฒนาบุคลากร 2 การเติบโตก้าวหน้าในสายอาชีพ 3 การจ่ายค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม ท่านจะมีคำถามว่าทำไมการพัฒนาบุคลากรจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความผูกพันธ์ของพนักงานกับองค์กร คำตอบหลักๆ คือ

1 การพัฒนาบุคลากรทำให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรให้โอกาสการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เขามีอาวุธทางปัญญาในการคิดและสร้างสรรค์ผลงานที่ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ

2 การได้รับความรู้ที่ทันสมัยและนำไปปฏิบัติได้จริงนั้น ทำให้พนักงานรู้สึกมั่นใจในการทำงานที่ท้าทายได้

3 การได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถอย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้พนักงานรู้สึกว่าได้รับการดูแลและส่งเสริมให้มีความเติบโตในก้าวหน้าในสายอาชีพด้วย

ซึ่งโดยรวมแล้ว การได้รับโอกาสในการพัฒนาจากองค์กรทำให้พนักงานเห็นว่าพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและรู้สึกตนเองก็ประสบความสำเร็จ มีความก้าวหน้าไปพร้อมกับการเติบโตขององค์กร ดังนั้นองค์กรจึงควรส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการพัฒนาบุคลากรมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบที่เป็นการสอนในห้องเรียน หรือการสัมมนาต่างๆ นอกจากนี้องค์กรยังสามารถจัดเตรียมแหล่งเรียนรู้ข้อมูลให้พนักงานสามารถเข้าไปค้นคว้าหรือศึกษาหาความรู้องค์ประกอบที่รวบรวมมาจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สามารถนำมาปฏิบัติใช้งานได้จริงและทันต่อเหตุการณ์อีกด้วย อาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า องค์กรยิ่งให้ ก็ยิ่งได้รับ ข้อการที่องค์กรยิ่งให้โอกาสพนักงานในการพัฒนาความรู้ความสามารถมากเท่าไหร่ พนักงานก็จะยิ่งเก่งขึ้นและผลงานที่สูงขึ้นก็จะคืนกลับมาเป็นความสำเร็จขององค์กร

รู้จักประมาณตน

 รู้จักประมาณตน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การรู้จักประมาณตน ข้อสังเกตที่เห็นได้ง่าย องค์กรที่อยู่รอดจะรู้จักถึงความสามารถความถนัดของ ต้นว่าอยู่ที่เรื่องใดและพยายามดำเนินธุรกิจในขอบข่ายที่ตนเองมีความชำนาญ รวมทั้งมุ่งเน้นกลยุทธ์ในการค้นหา การสร้างพลังร่วมในการทำธุรกิจในเครือข่ายของตนด้วย

มีการติดตามการสอดส่องรายการค่าใช้จ่ายที่สำคัญอย่างใกล้ชิด ผู้นำที่องค์กรอยู่รอดจะใช้การบริหารที่กำกับดูแลค่าใช้จ่ายสำคัญอย่างใกล้ชิด จะดูในรายละเอียดทุกรายการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เผลอไปตัดกล้ามเนื้อแทนที่จะเป็นไขมัน ลักษณะทำงานมีส่วนร่วมกับผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะที่อยู่ในหน่วยงานที่ต้องลงทุน เช่น หน่วยงานไอที เป็นต้น ผู้นำจะหมั่นเดินสายไปรับรู้ข้อมูลในสถานที่จริง ได้ยิน ได้ฟังจากลูกค้าจริงๆสัมผัสกับการปฏิบัติงานจริงมากขึ้น โดยเฉพาะในยามเงินทองหายาก เพื่อเข้าใจสถานการณ์และติดตามความคืบหน้าได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน ที่สำคัญมีการสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานมีระบบ csa คือ Control self assessment ติดตามควบคุมค่าใช้จ่ายในรายการสำคัญภายในหน่วยงานได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องรอฝ่ายตรวจสอบภายในหรือฝ่ายการเงินมาตรวจสอบภายหลัง ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคน ทุกหน่วยงานมีส่วนร่วมในการดูแลบริหารต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ให้ได้

สำรวจขวัญกำลังใจว่ายังไหวหรือเปล่า

สำรวจขวัญกำลังใจว่ายังไหวหรือเปล่า

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พนักงานรัก

 การสำรวจขวัญกำลังใจของพนักงาน เน้นการสอบถามความรู้สึกต่อเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกมั่นคงและความมั่นใจของพนักงาน ซึ่งปัจจัยหลักๆที่มีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจพนักงานจะประกอบด้วย ความมั่นคงในสถานะขององค์กร บรรยากาศในการทำงานผู้นำขององค์กร เป็นต้น

การสำรวจขวัญกำลังใจ อาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการทุกปีและไม่จำเป็นต้องสำรวจกับพนักงานทุกคน แต่นิยมใช้ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงสำคัญและอาจสำรวจเฉพาะกลุ่มพนักงานที่ได้รับผลกระทบก็ได้

วันนี้ลองสำรวจขวัญกำลังใจของท่านจากคำถามต่อไปนี้

  • ฉันมั่นใจในอนาคตขององค์กร
  • ฉันเชื่อถือและไว้วางใจในคณะผู้บริหาร
  • ฉันเชื่อถือข้อมูลที่ได้รับจากคณะผู้บริหาร
  • ฉันพอใจกับการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพของบุคลากรในองค์กร
  • ฉันทราบดีว่าบุคลากรในองค์กรต่างมีขวัญและกำลังใจที่เข้มแข็ง
  • หน่วยงานหรือองค์กรให้การยอมรับชื่นชมในผลงานของ
  • ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อขวัญและกำลังใจในการทำงานของฉัน

a. งานที่ทำก่อให้เกิดความสำเร็จต่อหน่วยงานหรือองค์

b. การปรับเปลี่ยนต่างๆภายในงานหรือองค์กร

c. สื่อและการนำเสนอประเด็นข่าวต่างๆเกี่ยวกับ

d. สถานการณ์และความเคลื่อนไหวจากคณะบุคลากรภายนอก

e. ผู้บังคับบัญชาโดยตรงหัวหน้างาน

f. นโยบายและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในอนาคต

หากขวัญกำลังใจของท่านในแต่ละข้อส่วนใหญ่ตอบว่า ดี ก็พอคาดการณ์ได้ว่าความรู้สึกผูกพันของท่านต่อองค์กรมีแนวโน้มที่สูงด้วย เพราะขวัญกำลังใจเป็นพื้นฐานสำคัญที่มีผลต่อความรู้สึกมุ่งมั่น ภาคภูมิใจ

และพร้อมที่จะทำงานมากกว่าหน้าที่งาน เหนือเป้าหมายที่กำหนดไว้

แต่หากคำตอบส่วนใหญ่ตอบว่า ไม่ดี

ผู้บริหารและ HR ก็ต้องมาหาทางเยียวยาแก้ไข ซึ่งอาจจะหมายถึง การจัดทำสัมภาษณ์แบบเจาะจงกลุ่มเพิ่มเติม เพื่อให้ทราบถึงประเด็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจมากที่สุด

พัฒนาผู้นำในองค์กรไฮเทค

พัฒนาผู้นำในองค์กรไฮเทค

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พัฒนาผู้นำในองค์กรไฮเทค

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าองค์กรไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจประเภทใด ต่างก็ต้องเผชิญความท้าทายในการเตรียมผู้บริหารให้พร้อมเป็นผู้นำในอนาคต และดูเหมือนว่าการสร้างผู้นำในองค์กรธุรกิจสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น จะมีความยากลำบากมากกว่าธุรกิจประเภทอื่นๆ หรือพูดง่ายๆ คือการพัฒนาเหล่าผู้ชำนาญสายเทคนิคทั้งหลาย ได้กลายเป็นผู้บริหารที่มีความเป็นผู้นำนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายมาก องค์กรที่เน้นเทคโนโลยีต่างๆ ดังกล่าวนั้นส่วนใหญ่จะเป็นองค์กรที่เพิ่งเกิดใหม่ และมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว รวมทั้งต้องพร้อมขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆตลอดเวลา การสร้างระบบการพัฒนาผู้นำให้สอดคล้องกับการเติบโตที่รวดเร็วนั้น จึงเป็นเรื่องยาก เพราะต้องสร้างระบบพัฒนาผู้นำให้สอดคล้องกับจังหวะเวลาของวงจรธุรกิจ รวมทั้งต้องหาวิธีการที่เหมาะสมกับผู้บริหารสายวิชาชีพด้านเทคนิคเหล่านี้ด้วย

สัญญาณที่บ่งชี้ว่าถึงเวลาวางแผนระบบพัฒนาผู้นำในองค์กร Technology แล้วหรือยัง

ให้ลองพิจารณาตอบคำถามต่อไปนี้

1. องค์กรของคุณมีปัญหาในการหาผู้นำทดแทนหรือไม่

2. ผู้บริหารระดับหัวหน้าหน่วยงานต่างๆในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจากสายวิศวกรรมเทคโนโลยีใช่หรือไม่

3. บุคลากรเก่งๆหลายคนทยอยลาออกไปใช่หรือไม่

หากตอบว่ากำลังประสบอยู่ครบทั้ง 3 ข้อ ก็พออนุมานได้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีกระบวนการพัฒนาผู้นำอย่างเป็นระบบ องค์กรประเภทไฮเทคที่เพิ่งเริ่มธุรกิจไม่นานหากมีการจัดวางระบบการพัฒนาที่เป็นมาตรฐานหรือเป็นทางการเร็วเกินไป ก็จะไปลดอัตราเร่งทางธุรกิจ ทนอารมณ์และบรรยากาศการทำงานที่ทุกคนรู้สึกเป็นผู้ประกอบการลงไปได้ แต่ถ้าหากพัฒนาความเป็นผู้นำช้าเกินไป ก็จะมีความเสี่ยงในการรักษาคนเก่งไว้กับองค์กรและการสร้างการเติบโตขององค์กรที่ยั่งยืน

เทพเจ้าฮอรัส

เทพเจ้าฮอรัส

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เทพเจ้าฮอรัส

 

คำว่า ฮอรัส มาจากภาษากรีกว่า ฮอเรซ หรือมาจากภาษาไอยคุปต์ว่า ฮอร์ แต่ต้นกำเนิดของคำทั้งสองนี้มาจากรากศัพท์ของคำในภาษาไอยคุปต์ ซึ่งแปลว่าสูง ห่างไกล หรือไกลโพ้น

เทพเจ้าฮอรัสหรือที่เรียกว่าเทพเจ้าเหยี่ยวนี้ ในสมัยแรกเรียกว่าเทพเจ้าแห่งนภากาศเช่นกัน โดยถือว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นพระเนตรของพระองค์ และเนื่องจากทรงมีศิลปะในการต่อสู้และการรบที่ยิ่งใหญ่ ต่อมาเทพเจ้าฮอรัสได้กลายเป็นสัญลักษณ์เทพเจ้านักรบ และผู้นำที่ประสบชัยชนะ ดังจะเห็นได้ว่าบางยุคฟาโรห์หลายพระองค์ได้ทรงปกครองอาณาจักรไอยคุปต์ ทรงนำพระนามฮอรัสมาเป็นพระนามเรียกพระองค์เอง ในขณะเดียวกันฟาโรห์ก็เป็นสาวกของเทพเจ้าราด้วย ดังนั้นเทพเจ้าฮอรัสจึงได้รับการสรรเสริญยกย่องเทียบเท่าสุริยเทพผู้ยิ่งใหญ่ สำหรับไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ทั่วไปก็นิยมยกย่องและเคารพบูชาเทพเจ้าฮอรัสอย่างกว้างขวาง ในฐานะที่พระองค์เป็นโอรสแห่งเทพเจ้าโอซิริสและเทวีไอซิส

สัญลักษณ์เทพเจ้าฮอรัส คือ มีพระเศียรเป็นรูปหัวเหยี่ยว และพระวรกายเป็นรูปร่างมนุษย์ พระเนตรทั้งสองข้างเป็นสัญลักษณ์เกี่ยวกับองค์ประกอบสำคัญในท้องฟ้า นั่นคือพระเนตรด้านขวามือเป็นดวงอาทิตย์และพระเนตรด้านซ้ายมือคือดวงจันทร์

ยานเกราะ BA-10

ยานเกราะ BA-10

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ba-10 armored car

เมื่อมาถึงปี 1938 รัสเซียเริ่มรู้สึกว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำสงครามกับเยอรมันได้อีกต่อไป แม้ว่าจะมีการยืนยันอย่างหนักแน่น รวมไปถึงการลงนามในกติกาสัญญาไม่รุกรานระหว่างกันแล้วก็ตามที ดังนั้นกองทัพรัสเซียจึงเริ่มดำเนินโครงการปรับปรุงยานเกราะให้ทันสมัยขึ้น รวมถึงยานเกราะ BA-10 ซึ่งใช้โครงรถ GAZ AAA ที่ปรับให้สั้นลง แต่แข็งแรงขึ้น เพราะตัวถังเป็นการต่อเชื่อมทั้งคัน การประกอบยานเกราะนี้ส่วนใหญ่ดำเนินการที่โรงงานอิซซอสกี้ (Izhorskiy) ซึ่งประกอบตัวถังรถก่อนแล้วจึงนำไปประกอบกับโครงรถ GAZ

BA-10 เริ่มผลิตในปี 1938 เป็นยานเกราะหนักรุ่น BA ที่มีจำนวนมากที่สุด แบบรถดั้งเดิม คือเครื่องยนต์อยู่ด้านหน้าพลปืน และคนบังคับปืนหน้าอยู่ตรงกลาง ในขณะที่มีป้อมปืนสำหรับผู้บังคับสองคนอยู่ด้านท้าย รถที่มีการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นถูกนำมาใช้เมื่อปี 1939 โดยมีชื่อว่า BA-10M สิ่งหลักที่ปรับปรุงได้แก่ เกราะป้องกันสำหรับจุดที่สำคัญ และปืนขนาด 45 มม. ในป้อมปืนใช้งานง่าย และเพิ่มวิสัยทัศน์สำหรับการยิงที่ดีขึ้น แต่ก็ทำให้เกิดความสับสนระหว่างรุ่น BA-10 และ BA-10M เป็นเพราะไม่ได้มีความแตกต่างชัดเจนอย่างไรก็ดี รุ่น BA-10M ถังน้ำมันด้านนอกติดตั้งอยู่เหนือล้อหลังทั้งสองด้านของตัวรถ ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกล่องเก็บของ รถรุ่น BA-10 ใช้ป้อมปืนแบบเดียวกับยานเกราะรุ่น BA-6 และติดตั้งอาวุธปืนต่อต้านรถถัง M-1934  ขนาด 45 มม. รวมถึงปืนกลร่วมแกน DT ขนาด 7.62 มม. และปืนทางด้านหน้ารถอีกหนึ่งที่ ตำแหน่งของคนขับและพลบังคับปืนหน้านั้นนั่งข้างๆกัน ขณะที่ผู้บัญชาการยานเกราะและพลปืนอยู่ในป้อมปืนสำหรับสองคน BA-10 และ BA-10M ใช้งานอย่างเต็มที่ในช่วงมหาสงคราม คันที่ถูกยึดได้ ถูกนำมาใช้โดยกองทัพฟินแลนด์และเยอรมนี มีการผลิตทั้งสิ้นประมาณ 1,400 คัน โดย 331 คัน เป็นรุ่น BA-10M

พระยางำเมือง

พระยางำเมือง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระยางำเมือง

 

พระยางำเมือง เป็นกษัตริย์พระองค์ที่ ๙ แห่งแคว้นพะเยา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถและทรงทศพิธราชธรรมมากพระองค์หนึ่ง ทรงครองราชย์ระหว่างปีพ.ศ 1801 ถึง 1861  พระยางำเมืองเป็นพระราชโอรสในขุนมิ่งเมือง แห่งราชวงศ์ขุนจอมธรรม ประสูติเมื่อปี พ.ศ 1781 พระยางำเมืองทรงศึกษาวิชาความรู้ด้านต่างๆที่สำนักสุกันตดฤาษี แคว้นละโว้ ร่วมกับพ่อขุนรามคำแหง แห่งกรุงสุโขทัย และพระยามังรายมหาราช แห่งอาณาจักรล้านนา ทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างดินแดนทั้งสาม คือ พะเยา สุโขทัย และล้านนา ซึ่งในตำนานฝ่ายเหนือ กล่าวพอสรุปได้ว่าพระยามังรายมหาราชทรงเชิญพระสหายพญาร่วงหรือพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และพญางำเมือง เสด็จไปหัวเมืองเหนือเพื่อปรึกษาเรื่องการสร้างเมืองเชียงใหม่ โดยพระยามังรายมหาราชกล่าวว่าจะทรงสร้างเมืองขนาดใหญ่ยาวถึง 2000 ว่าหรือประมาณ 4 กิโลเมตร แต่พระสหายทัดทานไว้ ด้วยเกรงว่ากำลังไพร่พลจะไม่พอรักษาเมือง จึงทรงลดขนาดของเมืองลงเหลือยาว 1,000 หรือ 2 กิโลเมตร กว้างร้อยวาหรือ 200 เมตร พญางำเมืองสิ้นพระชนม์ในปีพศ. 1861 (บางตำนานกล่าวว่าสิ้นพระชนม์ในปี 1841)

สถานที่เที่ยวในไอซ์แลนด์-Húsafell และ Volcanic Caves

Húsafell และ Volcanic Caves ประตูสู่โลกรกร้าง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Húsafell

Húsafell

จากน้ำตกลาวา Hraunfossar ไปตามถนนหมายเลข 518 ทางตะวันออก จะเข้าสู่พื้นที่รกร้างของเขต Highland Husafell คือชุมชนสุดท้ายที่จะตุนอาหารและน้ำมัน นักท่องเที่ยวสายผจญภัยต้องแวะที่นี่ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับชมถ้ำน้ำแข็ง และเป็นที่ตั้งของโรงแรม Husafell Hotel ที่ดูล้ำทั้งการออกแบบและวัสดุท้องถิ่นที่ใช้ นอกจากถ้ำน้ำแข็งแล้ว อุโมงค์ลาวาในทุ่ง Hallmundarhraun คือสถานที่ที่ไม่ควรพลาด สามารถเข้าถึงได้โดยใช้ถนนกรวดสาย 578 ที่ต้องใช้รถ 4×4 เท่านั้น แม่น้ำ Hvita ไหลเลาะผ่านภูมิทัศน์ทุ่งลาวาที่กว้างใหญ่อันดับต้นๆของไอส์แลนด์ วิวแปลกตาอาจทำให้เกิดคิดได้ว่ากำลังติดอยู่บนพิภพต่างดาว ใต้ทุ่งลาวา Hallmundarhraun มีอุโมงค์นับไม่ถ้วนที่ก่อตัวตอนธารลาวาใต้ดินทะลวงผ่านชั้นลาวาที่ผิวหน้าเริ่มแข็งตัวแล้ว ปากอุโมงค์ลาวาเป็นหลุมกว้าง แค่ชะโงกมองลงไปก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยแล้ว อุโมงค์ลาวาบางสายเช่น Surtshellir นั้นยาวถึง 2 กิโลเมตร ในฤดูร้อนคุณจะลงไปสำรวจเส้นทางอุโมงค์เหล่านี้ได้ แต่ต้องมีหมวกกันน็อค ไฟฉาย ถุงมือ และรองเท้าดีๆ ถึงไม่มีป้ายห้าม แต่แนะนำว่าควรติดต่อผู้ชำนาญให้ช่วยนำทางจะปลอดภัยกว่า

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ volcanic caves icelandVolcanic Caves

อุโมงค์ลาวาอีกแห่งที่ชื่อ Viogelmir ยาว 1.5 กิโลเมตร มีชื่อเสียงเรื่องความเก่าแก่ราว 1,000 ปี และมีหินงอกหินย้อยที่เป็นน้ำแข็ง รวมถึงลาวาย้อยที่อยู่ด้านใน การค้นพบเครื่องประดับและเศษกระดูกจากยุคไวกิ้ง (Viking) ทำให้ถ้ำนี้มีความสำคัญทางวัฒนธรรมอยู่ไม่น้อย เนื่องจาก Viogelmir ตั้งอยู่ในที่ดินของเอกชน คนที่ต้องการเที่ยวอุโมงค์ลาวาแห่งนี้จึงต้องซื้อทัวร์สั้นๆ ที่มีการจัดการเป็นระบบ